
เชื่อได้เลยว่าเพื่อนๆ หลายคนจะต้องเข้าใจว่า "คีย์บอร์ด Mechanical" เป็นอุปกรณ์เกมมิ่งแน่นอน นั่นเพราะ เหล่าเกมเมอร์ทั้งหลายในปัจจุบัน นิยมนำ คีย์บอร์ด Mechanical มาใช้ในการเล่นเกมส์กันมากมาย แต่แท้จริงแล้ว "คีย์บอร์ด Mechanical" เป็นคีย์บอร์ดรุ่นแรก ที่ถูกผลิตออกมาเพื่อใช้ในการพิมพ์งาน แต่เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูง ทำให้ มีการคิดค้นคีย์บอร์ดแบบใหม่ขึ้นมา และนั่นก็คือ "Rubber Dome"
โดย Rubber Dome นั้นเป็นคีย์บอร์ดราคากลางๆ ที่ถูกพัฒนามาให้พวกเราใช้งานจนกลายเป็นที่นิยมในปัจจุบัน แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นคีย์บอร์ดที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ มันก็ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่า จะเป็นที่ถูกใจกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม ฉะนั้น เหล่านักพัฒนาอุปกรณ์เกมส์มิ่ง จึงได้นำ คีย์บอร์ด Mechanical มาพัฒนาให้มีการใช้งานที่สูงขึ้น ด้วยการเพิ่ม ปุ่มกดในรูปแบบ Linear switch ที่มีความไวในการตอบสนองในการกดที่ดีเยี่ยม และ ปุ่มกด Tactile switch ที่มีการกด 2 จังหวะ ที่เหมาะต่อการใช้งานในด้านการพิมพ์งานนั่นเอง
ทำไมถึงควรใช้คีย์บอร์ด Mechanical ?
เป็นคำถามที่ใครหลายๆ คนสงสัยมาตลอดว่า เพราะอะไรถึงต้องใช้งาน คีย์บอร์ด Mechanical ที่มีราคาแพง ทั้งๆ ที่ในปัจจุบันเรามีคีย์บอร์ดแบบ Rubber Dome ที่มีราคาที่ถูกกว่า แถมยังใช้งานเล่นเกมส์ หรือ พิมพ์งานได้เหมือนกันอีกด้วย ซึ่งคำตอบของคำถามนั้นก็คือ คีย์บอร์ด Mechanical มีความทนทาน และ สามารถตอบสนองต่อการใช้งานทุกรูปแบบได้ดีกว่า Rubber Dome ไม่ว่าจะเป็นการ เล่นเกมส์ หรือพิมพ์งานก็ตาม
นอกจากนี้ เพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่า คีย์บอร์ด Mechanical ประเภทนี้มีความพิเศษที่แตกต่างกับ คีย์บอร์ดอื่นๆ ที่ผู้คนนิยมใช้กันทั่วไปด้วย? ซึ่งความพิเศษที่แตกต่างออกมา ก็คือ มันมีความคงทนแข็งแรงในการใข้งานสูง พร้อมทั้งมี ปุ่มกดสวิตช์ (switch) หรือที่เกมเมอร์รู้จักกันในชื่อ "Cherry switches" อีกด้วย
โดย Cherry switches นั้นมีการแบ่งแยกประเภทการใช้งานออกมา 6 ประเภท คือ Black switch, Red switch, Brown switch, Blue switch, White switch และ Green switch ซึ่งสวิตช์แต่ละตัวนั้น จะมีความแตกต่างกันในด้านการใช้งาน แต่จะแตกต่างอย่างไรนั้น คงต้องให้มาชมกันด้านล่างแล้ว
รูปแบบของสวิตช์ทั้ง 2
ก่อนที่เราจะพาเพื่อนๆ มารู้จักกับ Cherry switches ทั้ง 6 ประเภท คงต้องให้เพื่อนๆ มารู้จักกับรูปแบบสวิตช์กันก่อน โดยรูปของสวิตช์นั้น ได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ นั่นคือ
1. สวิตช์แบบ Linear switch - เป็นสวิตช์ที่จะมีแรงต้านระดับเดียวกันตลอด และใช้แรงกดเท่ากันตลอดตั้งแต่เริ่มกด ซึ่งสวิตช์ชนิดนี้ เหมาะสำหรับการเล่นเกมส์ที่สุด เนื่องจาก สวิตช์รูปแบบนี้จะมีการตอบสนองต่อการกดที่รวดเร็วมากกว่า รูปแบบ Tactile switch ฉะนั้นเวลาเล่นเกมส์ ที่จำเป็นต้องใช้การกดรัวๆ สวิตช์รูปแบบนี้จึงเหมาะสมมาก
2. สวิตช์แบบ Tactile Switch - เป็นสวิตช์ที่มีแรงต้านในการกดแต่ละจังหวะไม่คงที่โดยจะมีจังหวะการทำงานสองจังหวะคือจะมีช่วงต้านการกดและช่วงระยะที่ตัวปุ่มจะไม่ต้านการกด ฉะนั้นมันจึงเหมาะสำหรับการใช้งานในด้านการพิมพ์งานที่สุด เนื่องจาก มีระดับการกด 2 จังหวะ บวกกับแรงต้านการกดไม่เท่ากัน ทำให้ผู้ใช้สามารถป้องกันการพิมพ์ผิด หรือ การพิมพ์เกินได้เป็นอย่างดีทีเดียว
ประเภทของ Cherry switches ทั้ง 6
|
Linear switch
|
 |
 |
Black switch - สำหรับสีดำจะเป็นรูปแบบสวิตช์แบบ Linear switch ที่มีจังหวะการทำงานเพียงจังหวะเดียว ให้การตอบสนองที่รวดเร็ว เพียงแค่แตะปุ่มคีย์บอร์ดเพียงเล็กน้อย ก็ติดแล้ว ฉะนั้นมันจึงเป็นสวิตช์ที่มีความนิยมสูงสุด สำหรับการเล่นเกมส์ในปัจจุบัน
|
 |
 |
Red switch - สำหรับสีแดงจะเป็นประเภท Linear switch เช่นเดียวกับสีดำ แต่มีน้ำหนักที่เบากว่า จึงทำให้เหมาะการเล่นเกมส์ที่ต้องใช้การกดปุ่มแบบรัวๆ ฉะนั้นสำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่เน้นการรัวปุ่ม คงต้องหันมาลองใช้งานสวิตช์สีแดงดู
|
ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก : Thaiware.com
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: medium;"><img src="//www.jib.co.th/jib_content/images/content/428_160811122229f21.png" border="" alt="" title="" hspace="" vspace="" width="600" height="337" align="" /></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">เชื่อได้เลยว่าเพื่อนๆ หลายคนจะต้องเข้าใจว่า "คีย์บอร์ด Mechanical" เป็นอุปกรณ์เกมมิ่งแน่นอน นั่นเพราะ เหล่าเกมเมอร์ทั้งหลายในปัจจุบัน นิยมนำ คีย์บอร์ด Mechanical มาใช้ในการเล่นเกมส์กันมากมาย แต่แท้จริงแล้ว "คีย์บอร์ด Mechanical" เป็นคีย์บอร์ดรุ่นแรก ที่ถูกผลิตออกมาเพื่อใช้ในการพิมพ์งาน แต่เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูง ทำให้ มีการคิดค้นคีย์บอร์ดแบบใหม่ขึ้นมา และนั่นก็คือ "Rubber Dome"</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">โดย Rubber Dome นั้นเป็นคีย์บอร์ดราคากลางๆ ที่ถูกพัฒนามาให้พวกเราใช้งานจนกลายเป็นที่นิยมในปัจจุบัน แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นคีย์บอร์ดที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ มันก็ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่า จะเป็นที่ถูกใจกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม ฉะนั้น เหล่านักพัฒนาอุปกรณ์เกมส์มิ่ง จึงได้นำ คีย์บอร์ด Mechanical มาพัฒนาให้มีการใช้งานที่สูงขึ้น ด้วยการเพิ่ม ปุ่มกดในรูปแบบ Linear switch ที่มีความไวในการตอบสนองในการกดที่ดีเยี่ยม และ ปุ่มกด Tactile switch ที่มีการกด 2 จังหวะ ที่เหมาะต่อการใช้งานในด้านการพิมพ์งานนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-size: medium;"><strong>ทำไมถึงควรใช้คีย์บอร์ด Mechanical ?</strong></span><br /><span style="font-size: medium;">เป็นคำถามที่ใครหลายๆ คนสงสัยมาตลอดว่า เพราะอะไรถึงต้องใช้งาน คีย์บอร์ด Mechanical ที่มีราคาแพง ทั้งๆ ที่ในปัจจุบันเรามีคีย์บอร์ดแบบ Rubber Dome ที่มีราคาที่ถูกกว่า แถมยังใช้งานเล่นเกมส์ หรือ พิมพ์งานได้เหมือนกันอีกด้วย ซึ่งคำตอบของคำถามนั้นก็คือ คีย์บอร์ด Mechanical มีความทนทาน และ สามารถตอบสนองต่อการใช้งานทุกรูปแบบได้ดีกว่า Rubber Dome ไม่ว่าจะเป็นการ เล่นเกมส์ หรือพิมพ์งานก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">นอกจากนี้ เพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่า คีย์บอร์ด Mechanical ประเภทนี้มีความพิเศษที่แตกต่างกับ คีย์บอร์ดอื่นๆ ที่ผู้คนนิยมใช้กันทั่วไปด้วย? ซึ่งความพิเศษที่แตกต่างออกมา ก็คือ มันมีความคงทนแข็งแรงในการใข้งานสูง พร้อมทั้งมี ปุ่มกดสวิตช์ (switch) หรือที่เกมเมอร์รู้จักกันในชื่อ "Cherry switches" อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">โดย Cherry switches นั้นมีการแบ่งแยกประเภทการใช้งานออกมา 6 ประเภท คือ Black switch, Red switch, Brown switch, Blue switch, White switch และ Green switch ซึ่งสวิตช์แต่ละตัวนั้น จะมีความแตกต่างกันในด้านการใช้งาน แต่จะแตกต่างอย่างไรนั้น คงต้องให้มาชมกันด้านล่างแล้ว</span></p>
<p><span style="font-size: medium;"><strong>รูปแบบของสวิตช์ทั้ง 2</strong> </span><br /><span style="font-size: medium;">ก่อนที่เราจะพาเพื่อนๆ มารู้จักกับ Cherry switches ทั้ง 6 ประเภท คงต้องให้เพื่อนๆ มารู้จักกับรูปแบบสวิตช์กันก่อน โดยรูปของสวิตช์นั้น ได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ นั่นคือ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;"><strong>1. สวิตช์แบบ Linear switch -</strong> เป็นสวิตช์ที่จะมีแรงต้านระดับเดียวกันตลอด และใช้แรงกดเท่ากันตลอดตั้งแต่เริ่มกด ซึ่งสวิตช์ชนิดนี้ เหมาะสำหรับการเล่นเกมส์ที่สุด เนื่องจาก สวิตช์รูปแบบนี้จะมีการตอบสนองต่อการกดที่รวดเร็วมากกว่า รูปแบบ Tactile switch ฉะนั้นเวลาเล่นเกมส์ ที่จำเป็นต้องใช้การกดรัวๆ สวิตช์รูปแบบนี้จึงเหมาะสมมาก</span><br /><span style="font-size: medium;"><strong>2. สวิตช์แบบ Tactile Switch -</strong> เป็นสวิตช์ที่มีแรงต้านในการกดแต่ละจังหวะไม่คงที่โดยจะมีจังหวะการทำงานสองจังหวะคือจะมีช่วงต้านการกดและช่วงระยะที่ตัวปุ่มจะไม่ต้านการกด ฉะนั้นมันจึงเหมาะสำหรับการใช้งานในด้านการพิมพ์งานที่สุด เนื่องจาก มีระดับการกด 2 จังหวะ บวกกับแรงต้านการกดไม่เท่ากัน ทำให้ผู้ใช้สามารถป้องกันการพิมพ์ผิด หรือ การพิมพ์เกินได้เป็นอย่างดีทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-size: medium;"><strong>ประเภทของ Cherry switches ทั้ง 6</strong></span></p>
<table border="1" cellspacing="1" cellpadding="1">
<tbody>
<tr>
<td colspan="3">
<p><span style="font-size: medium;"><strong>Linear switch</strong></span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-size: medium;"><img src="//www.jib.co.th/jib_content/images/content/428_160809140554t41.gif" border="" alt="" title="" hspace="" vspace="" width="150" height="150" align="" /></span></td>
<td><span style="font-size: medium;"><img src="//www.jib.co.th/jib_content/images/content/428_160811105322Z11.png" border="" alt="" title="" hspace="" vspace="" width="150" height="138" align="" /></span></td>
<td>
<p><span style="font-size: medium;"><span style="color: #000000;"><strong>Black switch </strong></span><span style="color: #000000;">-</span> สำหรับสีดำจะเป็นรูปแบบสวิตช์แบบ Linear switch ที่มีจังหวะการทำงานเพียงจังหวะเดียว ให้การตอบสนองที่รวดเร็ว เพียงแค่แตะปุ่มคีย์บอร์ดเพียงเล็กน้อย ก็ติดแล้ว ฉะนั้นมันจึงเป็นสวิตช์ที่มีความนิยมสูงสุด สำหรับการเล่นเกมส์ในปัจจุบัน</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-size: medium;"><img src="//www.jib.co.th/jib_content/images/content/428_16080815094764.gif" border="" alt="" title="" hspace="" vspace="" width="150" height="150" align="" /></span></td>
<td><span style="font-size: medium;"><img src="//www.jib.co.th/jib_content/images/content/428_160811105144Ze.png" border="" alt="" title="" hspace="" vspace="" width="150" height="138" align="" /></span></td>
<td>
<p><span style="font-size: medium;"><span style="color: #ff0000;"><strong>Red switch </strong></span><span style="color: #ff0000;">-</span> สำหรับสีแดงจะเป็นประเภท Linear switch เช่นเดียวกับสีดำ แต่มีน้ำหนักที่เบากว่า จึงทำให้เหมาะการเล่นเกมส์ที่ต้องใช้การกดปุ่มแบบรัวๆ ฉะนั้นสำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่เน้นการรัวปุ่ม คงต้องหันมาลองใช้งานสวิตช์สีแดงดู</span></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<table border="1" cellspacing="1" cellpadding="1">
<tbody>
<tr>
<td colspan="3">
<p><span style="font-size: medium;"><strong>Tactile Switch</strong></span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-size: medium;"><img src="//www.jib.co.th/jib_content/images/content/428_160808150947c5.gif" border="" alt="" title="" hspace="" vspace="" width="150" height="150" align=""></span></td>
<td><span style="font-size: medium;"><img src="//www.jib.co.th/jib_content/images/content/428_160811105322S1.png" border="" alt="" title="" hspace="" vspace="" width="150" height="138" align=""></span></td>
<td>
<p><span style="font-size: medium;"><span style="color: #0000ff;"><strong>Blue switch</strong></span> - สำหรับสีน้ำเงินจะเป็นประเภท Tactile switch ที่มีความพิเศษตรงจะเกิดเสียงในขณะที่พิมพ์ พร้อมทั้งระดับการกด 2 จังหวะ ฉะนั้นสวิตช์สีนี้ จึงเหมาะกับการนำไปใช้งานในรูปแบบการพิมพ์สัมผัส หรือ จะเล่นเกมส์ก็ได้เช่นกัน (แต่ไม่เหมาะสำหรับเกมส์ที่ต้องกดปุ่มรัวและถี่ เพราะอาจจะตอบสนองได้ไม่ดีเท่าที่ควร)</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-size: medium;"><img src="//www.jib.co.th/jib_content/images/content/428_1608081509477V.gif" border="" alt="" title="" hspace="" vspace="" width="150" height="150" align=""></span></td>
<td><span style="font-size: medium;"><img src="//www.jib.co.th/jib_content/images/content/428_16081110532222.png" border="" alt="" title="" hspace="" vspace="" width="150" height="138" align=""></span></td>
<td>
<p><span style="font-size: medium;"><span style="color: #993300;"><strong>Brown switch </strong></span><span style="color: #993300;">-</span> สำหรับสีน้ำตาลจะเป็นประเภท Tactile switch ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้สวิตช์แบบอื่นๆ เนื่องจากมันเป็นสวิตช์แบบไม่มีเสียง "คลิก" ดังออกมา และแถมในด้านการใช้งาน ที่มีน้ำหนักในการกดน้อยกว่า <span style="color: #0000ff;"><strong>Blue switch</strong></span> เล็กน้อยอีกด้วย</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-size: medium;"><img src="//www.jib.co.th/jib_content/images/content/428_16080815094720.gif" border="" alt="" title="" hspace="" vspace="" width="150" height="150" align=""></span></td>
<td><span style="font-size: medium;"><img src="//www.jib.co.th/jib_content/images/content/428_1608111053227O.png" border="" alt="" title="" hspace="" vspace="" width="150" height="138" align=""></span></td>
<td>
<p><span style="font-size: medium;"><span style="color: #999999;"><strong>White switch - </strong></span>สำหรับสีขาวจะเป็นประเภท Tactile switch และเป็นสวิตช์ที่มีการใช้งานคล้ายกับ <span style="color: #993300;"><strong>Brown switch</strong></span> แต่จะมีแรงต้านทานในการกดที่สูงกว่า และไม่ค่อยได้รับความนิยมในการใช้งานมากเท่าไหร่นัก แต่ "คีย์บอร์ด Mechanical" ในบางรุ่นมักจะนำ <span style="color: #999999;"><strong>White switch</strong></span> ไปติดตั้ง เนื่องจาก น้ำหนักในการกดที่มีความใกล้เคียงกับ <span style="color: #000000;"><strong>Black switch </strong></span>นั่นเอง</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-size: medium;"><img src="//www.jib.co.th/jib_content/images/content/428_16080816052330.gif" border="" alt="" title="" hspace="" vspace="" width="150" height="201" align=""></span></td>
<td><span style="font-size: medium;"><img src="//www.jib.co.th/jib_content/images/content/428_1608111059353t.jpg" border="0" width="150" height="137" /></span></td>
<td>
<p><span style="font-size: medium;"><span style="color: #339966;"><strong>Green switch </strong></span><span style="color: #339966;">-</span> และมาถึงสวิตช์ตัวสุดท้าย นั่นคือ สวิตช์สีเขียว เป็นสวิตช์ประเภท Tactile ที่มีความคล้ายคลึงกับ <span style="color: #0000ff;"><strong>Blue switch </strong></span>นั่นคือ มีเสียงในการ "คลิก" ในจังหวะที่กด แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีข้อแตกต่างกันตรงที่ ปุ่มกดของ <span style="color: #339966;"><strong>Green switch </strong></span>จะมีความหนักแน่น นุ่มมือ ตอบสนองได้ดีมากที่สุดใน สวิตช์ประเภทอื่นทั้งหมด แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในการใช้งาน เนื่องจาก ราคาที่สูงกว่าสวิตช์แบบอื่นๆ ด้วยเช่นกัน</span></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-size: medium;"><strong>ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก : <a href="http://tips.thaiware.com/428.html" target="_blank">Thaiware.com</a></strong></span></p>